ปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence :AI)      

       ปัญญาประดิษฐ์ คือ ศาสตร์แขนงหนึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากวิชาวิทยา การคอมพิวเตอร์ ชีววิทยา จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป้าหมายของปัญญาประดิษฐ์คือการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์  ตั้งแต่ เห็น ฟัง เดิน พูด และรู้สึก รวมทั้งเลียนแบบความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์ด้วย

 

ลักษณะของปัญญาประดิษฐ์ แยกออกเป็น 3 ประเภท

 

 

1. Cognitive Science

       เป็นงานที่พัฒนาบนพื้นฐานของชีวิทยา ประสาทวิทยา จิตวิทยา คณิตศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนี้ งานด้านนี้เน้นงานวิจัยเพื่อศึกษาว่าสมองของมนุษย์ทำงานอย่างไร และมนุษย์คิดและเรียนรู้อย่างไร ระบบปัญญาประดิษฐ์ในส่วนนี้จึงมีพื้นฐานที่การประมวลผลสารสนเทศในรูปแบบของมนุษย์ประกอบด้วยระบบต่างๆดังต่อไปนี้

- ระบบผู้เชี่ยวชาญ(Expert Systems) หรือระบบงานความรู้ (Knowledge-base Systerms)

       ระบบผู้เชี่ยวชาญจะพยายามลอกเลียนความสามารถของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการแก้ปัญหาต่างๆ

- ระบบเครือข่ายนิวตรอน(Neural Network)

       ถูกออกแบบให้เลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายนิวตรอนบางระบบต้องใช้แผงเมนบอร์ดและไมโครโปรเซสเซอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ  เช่น ระบบที่ใช้ในการควบคุมยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ระบบที่ใช้ในการจดจำเสียง

       ระบบเครือข่ายนิวรอนจะแตกต่างจากระบบผู้เชี่ยวชาญตรงที่ระบบเครือข่ายนิวรอนไม่ได้เลียนแบบความชาญฉลาดของมนุษย์  ไม่ได้โปรแกรมเพื่อใช้หาคำตอบเป็นเป้าหมายหลัก และไม่ได้มุ่งหวังในการแก้ปัญหาเฉพาะใดๆ แต่ระบบจะพยายามใส่ความฉลาดเข้าไปในรูปแบบของความสามารถในการเรียนรู้ นอกจากนี้ ระบบผู้เชี่ยวชาญจะมีความสามารถในการให้คำอธิบายต่อผลลัพธ์ได้ทุกกรณี แต่ระบบเครือข่ายนิวรอนไม่สามารถให้คำอธิบายได้ในทุกกรณี และยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะค้นหาผลลัพธ์ให้ได้หรือได้รับผลลัพธ์เช่นเดิมทุกครั้งไปหรือผลลัพธ์ที่ได้เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และระบบจะทำงานได้ไม่ดีถ้าข้อมูลที่ได้สำหรับการเรียนรู้นั้นไม่เพียงพอหรือมากเกินไป

       การประยุกต์ใช้งานระบบเครือข่ายนิวรอนในปัจจุบันครอบคลุมงานด้านการแพทย์ งานวิทยาศาสตร์ และงานด้านธุรกิจ เช่น ระบบที่ใช้ในการคาดเดาและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ระบบแบ๊บเน็ต(Papnet) ที่ใช้ในการแยกความแตกต่างของเซลล์ผิดปกติออกจากเซลล์ปกติ เพื่อใช้ในการตรวจหาเซลล์มะเร็ง

       ระบบแบ๊บเน็ต

       ระบบแบ๊บเน็ตพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยสไลด์แก้วที่มีเซลล์ปากมดลูกป้ายอยู่จะถูกนำไปย้อมสี แล้วนำไปอ่านด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่ถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะทำการสแกนภาพที่ได้ทั้งหมดแล้วเปรียบเทียบกับพารามิเตอร์(Parameter) ที่อยู่ในหน่วยความจำและอ่านผลว่าเป็นเซลล์ปกติหรือไม่ ในกรณีที่ผิดปกติต้องให้นักเซลล์วิทยาตรวจดูอีกครั้ง ระบบนี้ช่วยให้มีความสะดวกและทำให้นักเซลล์วิทยาสามารถใช้เวลากับแต่ละรายหรือตรวจได้มากขึ้น แต่ระบบนี้จะใช้ได้ผลดีต้องมีการเตรียมเซลล์ให้ดีเพื่อจะขจัดสิ่งรบกวน ทำให้