ข้อมูลและสารสนเทศ

          ข้อมูลนับได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ คำว่า “ข้อมูล”จากความหมายที่กล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ อาจอยู่ในรูปของตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ หรือเสียงก็ได้ ตัวอย่างข้อมูล เช่น

          • จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1

          • คะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษของนักศึกษา

          • ที่อยู่ปัจจุบันของนักศึกษา

          • ราคาแผ่นซีดีรอมภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน

          • ระเบียบการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

          ในชีวิตประจำวันมีการบันทึกข้อมูลอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ในการนำมาใช้ในภายหลัง ตัวอย่างเช่น การกรอกข้อมูลของนักศึกษา (รหัสนักศึกษา ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ฯลฯ) เพื่อสมัครสมาชิกห้องสมุด หรือชมรมต่าง ๆ ในวงการธุรกิจก็มีการจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินธุรกิจเช่นกัน ตัวอย่างที่พบเห็นเสมอ ๆ คือ การบันทึกการขายสินค้า และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ เป็นต้น และในขณะนี้รัฐบาลได้จัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดเพื่อบันทึกข้อมูลพื้นฐานของประชาชนอันจะนำไปสู่การให้บริการที่รวดเร็วและข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น

          คำที่มักกล่าวถึงควบคู่กับข้อมูลอยู่เสมอ ก็คือ สารสนเทศ (Information) และเช่นเดียวกันกับคำว่า ข้อมูล นักวิชาการได้ให้ความหมายของคำว่า สารสนเทศ ที่หลากหลาย ดังนี้      

สารสนเทศ หมายถึง

1.  การรวบรวมข้อมูลที่หน่วยงานนั้นผลิตขึ้นและจากแหล่งภายนอก ซึ่งจำเป็นต่อหน่วยงานนั้น ๆ

2.  การจัดกระทำข้อมูลนั้น ๆ โดยแปลงให้เป็นข้อสนเทศที่พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้

3.  การจัดให้มีระบบเก็บข้อมูลเสมอ เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ

          จากที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า สารสนเทศ หมายถึง สิ่งที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และการคาดการณ์ในอนาคตได้ สารสนเทศอาจแสดงในรูปของข้อความ ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ
 
          ในยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลและสารสนเทศมีความสำคัญต่อการนำไปใช้เพื่อการตัดสินใจ ดังนั้นการจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ จังเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน

          โดยสรุป ความรู้ คือการรับรู้และความเข้าใจสารสนเทศจนถึงระดับที่สามารถวิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ คือมีความเข้าใจ (Understanding) ในองค์ประกอบต่าง ๆ จนอาจสร้างเป็นทฤษฏี หรือเป็นแบบจำลองทางความคิด และสามารถนำไปใช้เพื่อแกปัญหาในการดำเนินงานได้               

ระบบและระบบสารสนเทศ

ระบบ (System) หมายถึงกลุ่มของส่วนประกอบหรือระบบย่อยต่าง ๆ ที่มีการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งส่วนประกอบของระบบประกอบด้วยการนำเข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Process) ผลลัพธ์ (Output) และการให้ข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback) ยกตัวอย่างระบบการล้างรถยนต์ ด้วยเครื่องล้างอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย (Stair and Raynolds, 2006)

ส่วนนำเข้า คือ รถที่สกปรก น้ำ และน้ำยาต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการล้างรถ เวลาและพลังงานที่ถูกใช้ในการปฏิบัติการล้างรถยนต์ ทักษาและความสามารถเฉพาะอย่างในการฉีดสเปรย์ ขัดโฟม และการเป่าแห้ง นอกจากนี้ยังรวมถึงความรู้ที่ถูกนำมาใช้ในการกำหนดขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องของการล้างรถยนต์

การประมวลผล ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 การเลือกประเภทการล้างรถที่ต้องการ เช่น ล้างอย่างเดียว ล้างและขัดเงา ล้างและขัดเงาและการเช็ดแห้งด้วยมือ และอื่น ๆ ขั้นที่ 2 คือ การนำรถเข้าไปในเครื่องล้างรถ สังเกตว่าในขั้นตอนนี้จะเกิดกลไกของผลสะท้อนกลับขึ้น ได้แก่ การประเมินผลของเจ้าของรถยนต์ที่มีต่อการะบวนการล้างรถที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และขั้นตอนต่อไปคือ การฉีดน้ำ สบู่เหลว หรือครีมขัดเงา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทการล้างรถที่เลือกไว้ในตอนต้น

ส่วนผลลัพธ์ คือ รถยนต์ที่สะอาด

จากระบบการล้างรถอัตโนมัติที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบอิสระต่าง ๆ ของระบบ เช่น สเปรย์ฉีดน้ำ แปรงสำหรับทาโฟม และเครื่องเป่าให้แห้ง จะทำงานโต้ตอบกันเพื่อให้ได้รถยนต์ที่สะอาด 

          ระบบสารสนเทศ (Information System) ป็นการนำองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบมาใช้ในการรวบรวม บันทึก ประมวลผล และแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการและสนับสนุนการตัดสินใจ

          ในกระบวนการทำงานของระบบสารสนเทศจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input), การประมวลผล (Processing), และผลลัพธ์ (Output) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

          การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เป็นกิจกรรมการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อการประมวลผล ตัวอย่างเช่น ในการจัดพิมพ์จ่ายเงินเดือดพนักงานนั้น จำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานจะต้องถูกรวบรวมก่อนที่จะมีการประมวลผลค่าแรงและจัดพิมพ์เช็ค หรือในกรณีระบบการคำนวณเกรดเฉลี่ยของนักศึกษา เกรดแต่ละรายวิชาของนักศึกษาจะต้องได้มาจากผู้สอนก่อนเพื่อนำไปคำนวณเกรดเฉลี่ย เป็นต้น

          การประมวลผล เป็นการนำทรัพยากรที่ได้นำเข้าสู่ระบบมาปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่มีความหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ วางแผน ควบคุม และดำเนินงานด้านต่าง ๆ ในการประมวลผลสามารถกระทำด้วยมือ หรือจะใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย
 
          ผลลัพธ์ เป็นผลผลิตที่ได้จากการประมวลผล โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปของเอกสารหรือรายงานสารสนเทศ ตัวอย่างผลลัพธ์ เช่น เช็คเงินเดือน รายงานยอดขาย และสารสนเทศที่จัดทำสำหรับธนาคาร หน่วยงานรัฐบาล เป็นต้น

          นอกจากส่วนประกอบหลัก 3 ประการที่ได้กล่าวมาแล้ว ในระบบสารสนเทศอาจมีการส่งข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback) หรือผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไปปรับปรุงการนำข้อมูลเข้าและกิจกรรมการประมวลผล เช่น ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลหนึ่ง อาจพบปัญหาหรือข้อผิดพลาด จำเป็นที่จะต้องนำผลลัพธ์นี้ไปแก้ไขกระบวนการนำข้อมูลเข้าและการประมวลผล ซึ่งอาจเกิดจากการป้อนจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานที่ผิดพลาด เช่น ป้อนเป็น 300 ชั่วโมง แทนที่จะเป็น 30 ชั่วโมง เป็นต้น

 

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

          ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems : MIS) เป็นระบบที่ให้ข้อมูลหรือสารสนเทศที่สัมพันธ์กับการดำเนินงานขององค์การ เช่น การใช้ MIS เพื่อช่วยเหลือกิจกรรมของลูกจ้าง เจ้าของกิจการ ลูกค้า และบุคคลอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับองค์การ การประมวลผลของข้อมูลจะช่วยแบ่งภาระการทำงานและยังสามารถนำสารสนเทศมาช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหาร หรือ MIS เป็นระบบซึ่งรวมความสามารถของผู้ใช้งานและคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดสารสนเทศ

1. พัฒนาการของความรู้ สิ่งประดิษฐ์ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

                   เมื่อวิทยาการความรู้ สิ่งประดิษฐ์ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น สารสนเทศก็จะเกิดขึ้นตามมาด้วย จากนั้นก็จะมีการเผยแพร่สารสนเทศไปยังแหล่งต่าง ๆ

2. พัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

                    เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตสารสนเทศ เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พัฒนาอย่างรวยเร็ว มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถที่จะนำมาใช้ในการผลิตสารสนเทศได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

3. การพัฒนาด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร

                    การสื่อสารในยุคดิจิทัลช่วยอำนวยความสะดวกในการเผยแพร่สารสนเทศไปยังแหล่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั่วโลกสามารถรับทราบเหตุการณ์และข่าวสารที่เกิดขึ้นได้ในเวลาใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

4. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์

                    เทคโนโลยีการพิมพ์นับเป็นเทคโนโลยีด้านหนึ่งที่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีความสามารถและประสิทธิภาพสูงช่วยให้การผลิตสารสนเทศกระทำได้ในปริมาณมากในเวลาอันสั้น ส่งผลให้ปริมาณของสารสนเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

5. ความจำเป็นในการใช้สารสนเทศ

                    ในการดำเนินชีวิตปัจจุบัน หรือแม้แต่การทำงานใด ๆ ก็ตาม การศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต จำเป็นต้องใช้สารสนเทศที่มีคุณค่าเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการตัดสินใจสารสนเทศจึงเกิดขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว

ลักษณะของสารสนเทศ

       สารสนเทศที่มีคุณภาพจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถใช้สารสนเทศนั้น ๆ ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
คุณลักษณะของสารสนเทศที่ดีมีคุณภาพควรจะมีลักษณะ

  1. ถูกต้องแม่นยำ (Accurate) สารสนเทศที่มีความถูกต้องจะต้องปราศจากข้อผิดพลาด (Error) ใด ๆ อย่างไรก็ตามถ้าข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการประมวลผลไม่ถูกต้อง ก็อาจก่อให้เกิดสารสนเทศที่ไม่ถูกต้องได้ ซึ่งมักเรียกทั่ว ๆ ไปว่า GIGO (Garbage In, Garbage Out)

2. สมบูรณ์ครบถ้วน (Complete) สารสนเทศที่มีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริง (Fact) ที่สำคัญอย่างครบถ้วน ตัวอย่างเช่น ใบรายงานผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละภาคการศึกษา จะต้องประกอบด้วยผลการเรียน (เกรด) แต่ละรายวิชาที่ลงทะเบียน พร้อมทั้งเกรดเฉลี่ยในภาคการศึกษานั้น และเกรดเฉลี่ยสะสม (GPA.) เป็นต้น

3. เข้าใจง่าย (Simple) สารสนเทศที่มีคุณภาพจะต้องเข้าใจง่าย ไม่ซ้ำซ้อนต่อการทำความเข้าใจกล่าวคือต้องไม่แสดงรายละเอียดที่ลึกมากเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ที่ใช้ในการตัดสินใจสับสนและไม่สามารถตัดสินได้ว่าข้อมูลหรือสารสนเทศใดมีความจำเป็นจริง ๆ

4. ทันต่อเวลา (Timely)  สารสนเทศที่ดีนอกจากจะมีความถูกต้องแล้ว ข้อมูลต้องทันสมัยและรวดเร็วทันต่อเวลา

5. เชื่อถือได้ (Reliable) สารสนเทศที่เชื่อได้ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของวิธีการรวบรวมข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบ

6. คุ้มราคา (Economical) สารสนเทศที่ผลิตควรจะต้องมีความประหยัด เหมาะสมคุ้มค่ากับราคาผู้บริหารมักจะพิจารณาถึงคุณค่าของสารสนเทศกับราคาที่จะต้องจ่ายเพื่อการได้มาซึ่งสารสนเทศนั้น ๆ

7. ตรวจสอบได้ (Verifiable) สารสนเทศจะต้องตรวจสอบความถูกต้องได้ กล่าวคือผู้ใช้สามารถตรวจข้อมูลเพื่อความมั่นใจว่ามีความถูกต้องต่อการนำไปตัดสินใจได้ ซึ่งอาจมีการตรวจสอบข้อมูลโดยการเปรียบเทียบกับข้อมูลลักษณะเดียวกันจากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แห่ง

          8. ยืดหยุ่น (Flexible) สารสนเทศที่มีคุณภาพนั้นควรจะสามารถนำไปใช้ได้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันหลาย ๆ ด้าน เช่น รายงานสินค้าคงคลัง พนักงานขายอาจใช้สำหรับตรวจสอบว่ามีสินค้าเหลืออยู่ในคลังสินค้าเท่าไรเพียงพอสำหรับการขายหรือไม่

          9. สอดคล้องกับความต้องการ (Relevant) สารสนเทศที่มีคุณภาพจะต้องมีความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์และสนองความต้องการของผู้ใช้เพื่อการตัดสินใจ

          10. สะดวกในการเข้าถึง (Accessible) สารสนเทศจะต้องง่ายและสะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูลตามระดับสิทธิของผู้ใช้ เพื่อจะได้ข้อมูลหรือสารสนเทศที่ถูกต้องตามรูปแบบและทันต่อความต้องการของผู้ใช้

          11. ปลอดภัย (Secure) สารสนเทศจะต้องถูกออกแบบและจัดการให้มีความปลอดภัยจากผู้ที่ไม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลหรือสารสนเทศนั้น


องค์ประกอบของระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์

 

          ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 6 ส่วน

          1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อใช้ในการจัดทำสารสนเทศ ได้แก่ แป้นพิมพ์ เมาส์ จอภาพ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ

          2. ซอฟต์แวร์ (Software) หรือโปรแกรม (Program) เป็นชุดคำสั่งเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ตแวร์ทำงาน

          3. ข้อมูล (Data) เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของระบบเพื่อใช้ในการประมวลผลให้ได้สารสนเทศในการตัดสินใจ ข้อมูลอาจอยู่ในรูปของตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ และเสียง

          4. การสื่อสารและเครือข่าย (Telecommunication) เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสารและแลกเปลี่ยนโปรแกรมและข้อมูลโดยผ่านสื่อนำข้อมูลต่าง ๆ เช่น สายโทรศัพท์ สายเคเบิล และดาวเทียม เป็นต้น

          5. กระบวนการทำงาน (Procedure) เป็นกฎหรือข้อปฏิบัติ คำแนะนำในการใช้โปรแกรมฮาร์ตแวร์ และการกระทำกับข้อมูล โดยทั่วไปกระบวนการทำงานจะเขียนเป็นเอกสารคู่มือการปฏิบัติงานหรือคู่มือการใช้งานต่าง ๆ

          6. บุคลากร (People) เป็นบุคคลที่จัดการให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้ใช้ (User) เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงาน


ความสำคัญของระบบสารสนเทศ

 

          ระบบสารสนเทศเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในระบบธุรกิจ ปัจจุบันองค์การต่าง ๆ ได้พัฒนาแผนงานและกลยุทธ์ด้านสารสนเทศเพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจและความได้เปรียบในการแข่งขัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงความสำคัญของระบบสารสนเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการนำระบบสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานธุรกิจ

          การท้าทายของเศรษฐกิจโลก

          สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า “สารสนเทศ” ก็คือ “อำนาจ” และการรู้จัก “คู่แข่งขัน” และ “ลูกค้า” เป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้การดำเนินงานธุรกิจประสบความสำเร็จ ในชีวิตประจำวันผู้บริหารสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารด้านธุรกิจ เช่น ฐานเศรษฐกิจ กรุงเทพธุรกิจ ประชาชาติธุรกิจ ผู้จัดการ ธุรกิจก้าวหน้า

          จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเจริญเติบโตของโลกเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทำให้ระบบสารสนเทศมีความจำเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่เพียงแต่เศรษฐกิจระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเศรษฐกิจระดับโลกด้วย

          การแข่งขันการค้า

       เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ไร้ขีดจำกัด การทำธุรกิจมีความเป็นอิสระและเสรีมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันทางการค้ามีความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน และในการที่จะแข่งขันให้ชนะคู่แข่งขันได้นั้น ระบบสารสนเทศที่ถูกต้องและทันสมัยเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการแข่งขันขาย สินค้าและบริการ

       การขยายเครือข่ายทางการค้า

       การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและวัฒนธรรมการบริโภคสินค้าของผู้บริโภค ทำให้การดำเนินงานธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค รูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) และธุรกิจออนไลน์ในลักษณะของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(E-Commerce)

       ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

       ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประชำวัน ของมนุษย์ในแต่ละวันข้อมูลข่าวสารได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือเพื่อการ สื่อสารในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ทั้งทางธุรกิจเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ และการศึกษา ทำให้สารสนเทศกระจายไปยังผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและรวดเร็ว

edit @ 17 Jan 2009 04:13:41 by Zigmagirl

edit @ 20 Jan 2009 14:09:15 by Zigmagirl

edit @ 20 Jan 2009 15:48:36 by Zigmagirl

edit @ 20 Jan 2009 15:51:50 by Zigmagirl

Comment

Comment:

Tweet

มัยเข้าจัยส์

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#2 By (118.175.171.159) on 2009-08-21 09:20

มัยเข้าจัยส์

sad smile sad smile

#1 By (118.175.171.159) on 2009-08-21 09:18